หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น อาการแบบไหนอันตราย ? ฟื้นฟูร่างกายและหัวใจ ให้แข็งแรง ด้วยการดูแลสุขภาพเชิง Wellness

Reading Time: 5 minutes
หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น อาการที่ไม่ควรมองข้าม

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เป็นอาการที่หลายคนเคยพบเจอในชีวิตประจำวันครับ เช่น ออกกำลังกาย อยู่ในภาวะตื่นเต้น เครียด หรือวิตกกังวล ซึ่งไม่เป็นอันตราย และหายได้เอง เมื่อร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการใจสั่นบ่อยครั้ง หรือเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคเรื้อรัง หรือความผิดปกติของหัวใจที่ควรได้รับการตรวจเช็กครับ

หมอจะพามาทำความเข้าใจว่า อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่นเกิดจากอะไร ? อัตราการเต้นของหัวใจที่ปกติเป็นอย่างไร ? อาการแบบไหนที่ควรกังวล และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ ? รวมถึงแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพในเชิง Wellness เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับหัวใจและระบบประสาท ลดความเสี่ยงของอาการใจสั่น และช่วยให้ร่างกายโดยรวมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

สรุป Key Takeaway

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น

  • ใจสั่น คือ ภาวะที่หัวใจเต้นเร็ว แรง กระแทก หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ รู้สึกได้บริเวณหน้าอก ลำคอ หรือข้างในหู มีทั้งแบบที่เป็นอันตราย และไม่เป็นอันตราย ขึ้นอยู่กับสาเหตุ
  • หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น สามารถเกิดจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ความโกรธ ตกใจ วิตกกังวล ดื่มคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากความผิดปกติด้านร่างกาย เช่น โรคหัวใจ โลหิตจาง หรือไทรอยด์เป็นพิษ
  • การดูแลสุขภาพร่างกายและหัวใจให้แข็งแรง เช่น ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก หรือดริปวิตามิน สามารถลดความเสี่ยงเกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ที่เกิดจากโรคเรื้อรังได้

สารบัญ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น


หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น คืออะไร ? ทำไมต้องใส่ใจอาการนี้ ?

ใจสั่น (Palpitations) คือ ภาวะที่หัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง หรือมีจังหวะการเต้นไม่สม่ำเสมอ ในบางรายอาจรับรู้ความรู้สึกได้ที่บริเวณลำคอ หน้าอก หรือข้างในหูร่วมด้วย หากอัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่า 100 ครั้ง/นาที จะเรียกว่าภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) ครับ

อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและไม่เป็นอันตราย เช่น ในระหว่างออกกำลังกาย รู้สึกเครียด หรือดื่มคาเฟอีน แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ควรดูแลทางการแพทย์ ดังนั้นการใส่ใจและสังเกตอาการเหล่านี้จึงมีความสำคัญครับ


หัวใจของเราทำงานอย่างไร ? อัตราการเต้นของหัวใจ โดยทั่วไปเป็นแบบไหน ?

ก่อนเราจะไปเจาะลึกถึงอาการและสาเหตุของหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หมออยากให้คนไข้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการเต้นและการทำงานของหัวใจก่อนครับ

หัวใจของเราในภาวะปกติ จะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ อยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที และความถี่ช้า-เร็วจะเปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมที่ทำ ถ้ามีการเคลื่อนไหวมาก เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น หัวใจก็จะเต้นเร็วขึ้น แต่ถ้าเคลื่อนไหวน้อย นอนหลับ ใช้พลังงานไม่มาก หัวใจก็จะเต้นช้าลงได้ ค่าเฉลี่ยทั่วไปดังนี้

อัตราการเต้นของหัวใจ Heart Rate
ค่าเฉลี่ยอัตราการเต้นของหัวใจในแต่ละกิจกรรม

ในกรณีที่หัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้ง/นาที เรียกว่า ภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia) แต่ในกรณีที่เร็วกว่า 100 ครั้ง/นาที จะเรียกว่า ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) หากมากเกิน 150 ครั้ง/นาที จะเป็นระดับอันตรายครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสุขภาพ อายุ และการใช้ชีวิตแต่ละคนร่วมด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือนักกีฬา อัตราการเต้นของหัวใจระหว่างพักอาจอยู่ที่ 50-60 ครั้ง/นาที หรือกลุ่มที่อายุน้อย ๆ อาจมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงถึง 150 ครั้ง/นาที ได้เป็นปกติ ดังนั้นการจะวินิจฉัยว่าหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่นของคนไข้นั้น ถือเป็นความผิดปกติไหม ? ก็ต้องอาศัยการสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยครับ


สาเหตุของอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น อันตรายไหม ? ขึ้นอยู่กับสาเหตุ และระดับความรุนแรงของอาการครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ในหัวข้อนี้หมอจะแบ่งสาเหตุไว้ 2 กลุ่ม ดังนี้

สาเหตุทั่วไป

ในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา สามารถเจอสิ่งกระตุ้นที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่นได้ครับ ซึ่งอาการมักเกิดขึ้นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และหายได้เอง เมื่อร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ

  • การออกกำลังกายหนัก : เมื่อเรามีการเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ และต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หัวใจจะเต้นแรงและเร็วขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ จึงอาจรู้สึกใจสั่น เหนื่อยได้
  • ผลข้างเคียงจากยา : อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เป็นหนึ่งในผลข้างเคียงของยารักษาโรคประจำตัว หรือยาบางกลุ่มครับ เช่น ยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาลดอาการหวัดคัดจมูก ยารักษาความดันโลหิตสูง หรือยารักษาโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังเกิดจากการใช้สารเสพติดอีกด้วย
  • อารมณ์และความรู้สึก : เมื่อรู้สึกวิตกกังวล เครียด กลัว หรือตื่นเต้น ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลออกมา เพื่อให้ร่างกายพร้อมป้องกันตัว ซึ่งส่งผลต่อความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อออกมาก ใจสั่น หายใจติดขัด หรือเจ็บหน้าอกได้
  • การบริโภคคาเฟอีน : คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้สมองตื่นตัว และร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น พบมากในกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง หากดื่มมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการใจสั่นได้ครับ
  • การกินอาหารบางชนิด : หลังจากกินอาหารมื้อหนัก หรือผู้ที่มีภาวะไวต่ออาหารบางชนิด (Food Sensitivity) เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง มีผงชูรสและโซเดียม
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ : หากนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง/วัน สมองลดการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจโตได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : ระหว่างมีรอบเดือน ตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน บางรายอาจรู้สึกใจสั่นได้ นอกจากนี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ หัวใจยังเต้นเร็วขึ้น เพราะมีการสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น เพื่อเลี้ยงทารกในครรภ์อีกด้วย
  • อาการติดเชื้อ : โดยทั่วไปเมื่อเราป่วย เป็นไข้หวัดร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับความเจ็บป่วยครับ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดมากขึ้น และเต้นเร็วขึ้นได้
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ : สำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหาร หรือกินอาหารไม่ตรงเวลา อาจมีอาการมือสั่น เหงื่อออก อ่อนเพลีย ใจหวิว ๆ หรือใจสั่นได้ครับ หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์
หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เกิดจากอะไร
สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) เกณฑ์ของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 55 Mg/dL ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ที่ 70 Mg/dL

สาเหตุที่ควรเฝ้าระวัง

บางครั้งหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ก็อาจเป็นหนึ่งในอาการของโรคเรื้อรังบางกลุ่มครับ หากอาการเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือหาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้ ควรพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

  • โรคหัวใจ (Heart Disease) : โครงสร้างหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด หรือในกลุ่มผู้สูงอายุที่เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ
  • ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) : ภาวะที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินความจำเป็น ซึ่งจะเข้าไปเร่งระบบเผาผลาญ และกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้มีอาการใจสั่น มือสั่น หรือน้ำหนักลดลงผิดปกติ มักคลำเจอก้อนบริเวณลำคอ
  • โลหิตจาง หรือภาวะซีด (Anemia) : ภาวะที่มีความเข้มข้นของเลือดแดงต่ำกว่าปกติ ทำให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ มักมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกเหนื่อยเวลาออกแรง วูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ รวมถึงอาจมีปัญหาเล็บเปราะง่าย ผมร่วง และผิวแห้ง
  • โรคทางจิตเวช (Mental Disorder) : โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) โรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคตื่นตระหนก (Panic Disorder)
หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เกิดจากโรคอะไร
โรคและความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มีอาการอะไรบ้าง?

อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายครับ โดยมีลักษณะ ดังนี้

  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มากกว่า 100 ครั้ง/นาที หรือหัวใจเต้นสั่นไหว
  • หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นกระแทก รู้สึกตุบ ๆ ไปถึงตำแหน่งอื่น ๆ เช่น ลำคอ หน้าอก หรือข้างในหู
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีจังหวะขาด จังหวะเกิน คร่อมจังหวะ หรือเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ

และอาจมีอาการหายใจไม่อิ่ม หายใจลำบาก เวียนศีรษะ มึนงง และรู้สึกแน่นหน้าอกร่วมด้วย


อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น แบบไหนที่ควรพบแพทย์ ?

หากมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยหาสิ่งกระตุ้นที่ชัดเจนไม่ได้ หรือมีอาการรุนแรงอื่น ๆ เช่น วูบ หมดสติ เจ็บและแน่นหน้าอก เวียนศีรษะรุนแรง หายใจหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ครับ

การวินิจฉัยมักใช้การซักประวัติร่วมกับการตรวจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) การเอกซเรย์ทรวงอก หรือการทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test)

ในเบื้องต้นแนะนำให้คนไข้เตรียมข้อมูลทางการแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาและวิตามินที่กินเป็นประจำ และข้อมูลเกี่ยวกับอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ก็จะช่วยในการวินิจฉัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่

  • ช่วงเวลาและความถี่ในการเกิดอาการ เช่น เกิดตลอดทั้งวันไหม แต่ละครั้งเกิดกี่นาที
  • ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น อาหารบางชนิด ความรู้สึก หรือสาเหตุไม่แน่ชัด
  • ลักษณะอาการ และความรู้สึก เช่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือหมดสติ
  • อัตราการเต้นของหัวใจขณะที่เกิดอาการ เช่น การวัดชีพจรด้วยตัวเอง หรือข้อมูลจาก Smart Watch
  • อาการตอนหายเป็นปกติ เช่น อาการค่อย ๆ ดีขึ้น อาการหายทันทีทันใด หรือทำอะไรที่ช่วยให้อาการดีขึ้น

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น รักษาอย่างไร ?

โดยทั่วไป หากอาการไม่รุนแรง มักหายได้เอง อาจไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ครับ แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือหยุดพฤติกรรมที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น หยุดดื่มแอลกอฮอล์ เลิกใช้สารเสพติด หรือหาวิธีผ่อนคลายเวลาเกิดความเครียด

ส่วนในกรณีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เกิดจากโรคอื่น ๆ แพทย์จะเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับโรคนั้น ๆ ครับ เช่น การจี้หัวใจรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ การใช้ยากินรักษาผู้ที่เป็นโรคตื่นตระหนก หรือการให้อาหารเสริมธาตุเหล็กในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง

หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น งดดื่มแอลกอฮอล์
การดูแลตัวเองในเบื้องต้นเมื่อมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วิธีดูแลสุขภาพเชิง Wellness เสริมความแข็งแรงของหัวใจ และร่างกาย ลดอาการใจสั่น

การดูแลสุขภาพเชิง Wellness เป็นการดูแลร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันก่อนเกิดโรค และลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ครับ สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความแข็งแรงของหัวใจ หรือลดอาการใจสั่น มีหลายวิธี ดังนี้

1. ฝึกหายใจอย่างถูกวิธีจัดการกับความเครียด

ความเครียดเป็นภาวะปกติที่หลายคนต้องเผชิญในแต่ละวันอยู่แล้วครับ นอกจากการผ่อนคลายด้วยการทำงานอดิเรก ออกกำลังกาย หรือปรึกษากับผู้อื่น อีกวิธีที่สามารถทำได้ คือ การหายใจด้วยกล้ามเนื้อกะบังลม

เวลาเราเกิดความเครียด โกรธ หรือวิตกกังวล เราจะหายใจถี่ และตื้น ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ลดลง หัวใจเต้นเร็ว และใจสั่นได้ ซึ่งหากปรับมาใช้กล้ามเนื้อกะบังลมในการหายใจแทน จะช่วยให้ร่างกายได้อากาศเข้าสู่ปอดเพิ่มขึ้น และเพิ่มออกซิเจนในเลือดได้ หัวใจก็จะเต้นช้าลงจนกลับสู่ภาวะปกติ เราก็จะรู้สึกผ่อนคลายครับ สามารถทำได้ตามแนวทางต่อไปนี้

ฝึกหายใจลดความเครียด
ขั้นตอนการฝึกหายใจด้วยกล้ามเนื้อกะบังลม
  • นั่งในท่าที่สบายและผ่อนคลาย หลับตาลง โดยวางมือประสานไว้บริเวณท้อง
  • ค่อย ๆ หายใจเข้า พร้อมนับเลข 1-4 เป็นจังหวะช้า ๆ ให้รู้สึกว่าท้องพองออก
  • กลั้นหายใจเอาไว้สักพัก นับ 1-4 เป็นจังหวะช้า ๆ
  • ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกจนหมด นับ 1-8 เป็นจังหวะช้า ๆ ให้รู้สึกว่าหน้าท้องแฟบลง

ควรทำติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง เมื่อรู้สึกเครียด โกรธ ไม่สบายใจ หรือทุกครั้งที่นึกได้ครับ ในแต่ละวันควรทำให้ได้ประมาณ 40 ครั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องให้ครบในรอบเดียว

2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

เมื่อเราหลับสนิท หัวใจจะเข้าสู่ภาวะซ่อมแซมตัวเอง และพักผ่อนครับ อัตราการเต้นของหัวใจจะช้าลง และความดันโลหิตจะต่ำลงด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคความดันโลหิตสูง หัวใจโต และหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ อ้างอิงข้อมูลจาก National Sleep Foundation แนะนำให้ผู้ใหญ่นอนวันละ 7-9 ชั่วโมง

3. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercises) ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบหัวใจ และปอดได้ครับ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดให้ดีขึ้น สำหรับมือใหม่อาจเริ่มที่การออกกำลังกายที่ไม่รุนแรงมาก แต่เน้นความต่อเนื่อง เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือกระโดดเชือก

วิ่งเหยาะ ๆ ให้หัวใจแข็งแรง
การวิ่งเหยาะ ๆ เป็นประจำและต่อเนื่องช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบหัวใจ

4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

โรคอ้วนเพิ่มภาระให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น ทำให้ปริมาณเลือดและแรงดันในหัวใจสูงขึ้น เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ งานวิจัยหลายฉบับพบว่า BMI ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (BMI 18.5 – 22.90) ช่วยลดภาระหัวใจและป้องกันโรคหัวใจในระยะยาวครับ

5. เสริมวิตามินและสารอาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากการกินอาหารให้ครบห้าหมู่แล้ว อาจเน้นอาหารกลุ่มที่มีวิตามินและสารอาหารที่ส่งเสริมการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือด เช่น

  • โอเมก้า 3 : ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ความดันโลหิต และการจับตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ครับ พบมากในปลาและปลาทะเล เช่น แซลมอน ปลาแมคคอเรล ปลาทูน่า
  • วิตามินบี 3 : ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนเลือด บำรุงสมอง และยังช่วยเรื่องสุขภาพผิว ป้องกันเซลล์ผิวหนังจากการทำลายของแสงแดด พบในอาหารหลายชนิด เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา เมล็ดพืช และพืชตระกูลถั่ว
  • วิตามินบี 6 : ช่วยสร้างสารสื่อประสาท ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการทำงานของสมอง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด พบในอาหารหลายชนิด เช่น กล้วย มันฝรั่ง เนื้อไก่ ปลาแซลมอน
  • วิตามินบี 9 : ช่วยสร้างหลอดเลือดแดงและการเติบโตของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง พบในอาหารหลายชนิด เช่น กล้วย อะโวคาโด ไข่ และกะหล่ำปลี
  • วิตามินบี 12 : ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง ป้องกันภาวะโลหิตจาง และช่วยลดระดับโฮโมซิสเตอีน พบมาในอาหารจำพวกเนื้อ ปลา ไข่ นม และตับ
  • สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) : สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต้านการอักเสบ และลดความเสี่ยงเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง พบมากในผักและผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี องุ่นแดง ทับทิม ชาเขียว โกโก้ และช็อกโกแลต

6. ดริปวิตามิน เติมสารอาหารแบบเร่งด่วน ฉบับคนไม่มีเวลา

สำหรับในรายที่ไม่ชอบกินวิตามินหรืออาหารเสริม การดริปวิตามินเป็นอีกทางเลือกดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมครับ เป็นการนำวิตามินเข้มข้น และสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกาย มาฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยตรง ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย ลดความเหนื่อยล้าแบบเร่งด่วน ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

หากคนไข้ไม่แน่ใจว่า ตัวเองเหมาะกับการดูแลตัวเองด้วยวิธีไหน หรือต้องการปรับวิธีการดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น สามารถเข้ามาปรึกษา V Square Wellness Center ได้ครับ มีโปรแกรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ให้คำปรึกษาโดยแพทย์

ดริปวิตามินที่ไหนดี
วางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลกับ V Square Wellness Center

IV Drip สูตร Brain Flow No Brain Fog ช่วยลดอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่นได้อย่างไร ?

Brain Flow No Brain Fog เป็นสูตร IV Drip ที่มีส่วนผสมหลัก คือ Vitamin B Complex และ Vitamin B12 ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจและระบบประสาท โดย Vitamin B12 ช่วยเสริมสร้างการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจาง ลดความเหนื่อยล้า ส่วน Vitamin B Complex โดยเฉพาะวิตามิน B1 และ B6 มีส่วนช่วยลดความเครียดจากภายในได้

นอกจากนี้ยังมีสารสกัดเปปไทด์ ที่ช่วยฟื้นฟูระบบประสาท เพิ่มความสามารถของสมองในการซ่อมแซมตัวเอง ส่งเสริมสมาธิ ลดอาการเหนื่อยล้า และช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากขึ้น เมื่อสมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยลดความรู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นเร็วที่เกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวลได้ครับ

ดริปวิตามินบำรุงสมอง
ดริปวิตามินบำรุงสมอง ราคา

IV Drip สูตร Brain Flow No Brain Fog ตัวช่วยบำรุงสมอง เสริมความจำ ลดความเครียด

นอกจากสูตรนี้แล้ว โปรแกรม IV Drip ของ V Square Clinic ยังมีให้เลือกหลายสูตร ทั้งสูตรบำรุงร่างกาย และสูตรบำรุงผิวพรรณครับ ก่อนดริปวิตามิน แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพของคนไข้ทุกเคส เพื่อความปลอดภัย และปรับสูตรให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มาพร้อมโปรโมชันและแพ็กเกจราคาคุ้มค่า ให้เลือกตามความต้องการ

ราคาโปรโมชันดริปวิตามินที่ V Square Clinic

ดริปวิตามินบำรุงสมอง ราคา

สรุปหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพหรือแค่เครียด ?

อาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ไปจนถึงภาวะทางสุขภาพที่ควรเฝ้าระวังครับ หากอาการเป็นชั่วคราว มักไม่อันตราย แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะ หายใจลำบาก แนะนำให้เข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์

การเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและระบบประสาทให้แข็งแรงเป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการดริปวิตามิน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ สิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

รู้จัก HarmonyCa นวัตกรรมฟิลเลอร์ใหม่ คืนความอ่อนเยาว์ กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวจากภายใน

Reading Time: 3 minutes- HarmonyCa คืออะไร ? - จุดเด่นของ HarmonyCa ที่ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป - รวมประโยชน์ของ HarmonyCa ทั้งในระยะสั้นและยาว - HarmonyCa ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? - HarmonyCa เหมาะกับใครบ้าง ใครบ้างที่ควรใช้ ?

Jawline ผู้ชาย ควรเป็นแบบไหน ? รวมวิธีสร้างกรอบหน้า ให้เห...

Reading Time: 4 minutes- ลักษณะของ jawline ผู้ชายที่ได้รับความนิยม เป็นแบบใด ? - Jawline ผู้ชาย VS Jawline ผู้หญิง แตกต่างกันอย่างไร ? - Jawline ไม่ชัด เกิดจากอะไร ? - 10 วิธีสร้าง jawline ผู้ชาย ให้คมชัดแบบเร่งด่วน

หายใจไม่สะดวก หายใจไม่อิ่ม เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุ  อาการ...

Reading Time: 5 minutes- หายใจไม่สะดวก คืออะไร ? ทำไมต้องใส่ใจอาการนี้ - หายใจไม่สะดวก หายใจไม่อิ่ม มีลักษณะอาการอะไรบ้าง ? - สาเหตุของอาการหายใจไม่สะดวก เกิดจากอะไร ? - เช็กด่วน! ระดับความรุนแรงของอาการหายใจไม่สะดวก คุณอยู่ระดับไหน ? - หายใจไม่สะดวก อันตรายไหม ? เสี่ยงอะไรบ้าง?

ง่วงนอนตลอดเวลา สมองล้า (Brain Fog) อ่อนเพลีย รับมืออย่าง...

Reading Time: 5 minutes- ง่วงนอนตลอดเวลาเกิดจากสาเหตุใด ผิดปกติหรือไม่ ? - รวมรายละเอียดสาเหตุอาการง่วงนอนตลอดเวลาที่พบได้บ่อย ๆ - ง่วงนอนตลอดเวลา อันตรายไหม ผิดปกติหรือไม่ ?

อ่อนล้า อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายเกิดจากอะไร ? รวมวิธีบูสต์พล...

Reading Time: 3 minutes- 10 สาเหตุของอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย - ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ V Square Wellness - บูสต์พลัง บำรุงสมอง เสริมความจำ ด้วย Vitamin IV Drip - IV Drip สูตร Brain Flow No Brain Fog - เปปไทด์ และวิตามินบี สำคัญต่อร่างกายอย่างไร ?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า